วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เที่ยวชม "พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา"


ในจังหวัดนครราชสีมา มีพิพิธภัณฑ์อยู่หลายแห่ง เพราะเป็นเหมือนศูนย์รวมของภาคอีสาน และเป็นจังหวัดหน้าด่านของภาคอีสานอีกด้วย วันนี้กุนหยีไปเที่ยว "พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ ณ อาคาร 10  ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เริ่มเปิดให้บริการ เมื่อ พ.ศ. 2557 เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก มีส่วนจัดแสดงราวๆ 5-6 ส่วน แบ่งตามยุคสมัย และเป็นห้องแอร์เย็นๆให้เราได้เดินชมกันได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องชมไปปาดเหงื่อไป

พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา เปิดบริการ 9.00 - 15.00 น. ทุกวันทำการ และหยุดตามวันหยุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ส่วนใหญ่ที่นี่จะมีเด็กๆวัยประถมมาทัศนศึกษาอยู่บ่อยครั้ง ผู้เข้าชมสามารถฟังการบรรยายจากวิทยากรไปพร้อมเด็กๆที่มาทัศนศึกษาได้เลย


ส่วนแรกของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ ต้นกำเนิดอารยธรรม ในส่วนนี้จัดแสดง จำลองการขุดค้นพบโครงกระดูก และสิ่งของต่างๆ 





ส่วนที่สองของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยทวารวดี จัดแสดง ธรรมจักรศิลาจำลอง แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาที่เข้ามาใน "เมืองเสมา" (ธรรมจักรขนาดใหญ่แบบนี้คงนิยมมากในพุทธศตวรรษที่ 12-16 กุนหยีเคยเห็นธรรมจักรขนาดใหญ่เท่าตัวคน อีกที่คือ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ในยุคสมัยใกล้เคียงกันกับเมืองเสมา)



แผนที่เมืองเสมา ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญ ในช่วงสมัยทวารวดี ก่อนที่จะย้ายมาตั้งเมืองที่จังหวัดนครราชสีมา



ส่วนที่สามของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยลพบุรี ยุคขอมเรืองอำนาจ ทำให้ยุคสมัยนี้ศิลปวัฒนธรรมของอาณาจักรกัมพูชาเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ศิลปกรรมที่พบแสดงให้เห็นว่านับถือศาสนาพุทธควบคู่ไปกับศาสนาพราหมณ์ ดังเช่น ปราสาทหินต่างๆ ที่สร้างเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน 





 แผนที่แสดงตำแหน่ง ปราสาทหินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

แผนที่เส้นทางโบราณ "ราชมรรคา" จากเมืองพิมายถึงเมืองพระนคร



ส่วนที่สี่ของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยอยุธยา เป็นการสร้างบ้านแปงเมือง (แปงใช้คำนี้ค่ะ) สมัยอยุธยา เมืองโคราชเป็นเมืองชั้นโท รัฐกันชน  ระหว่างสยามกับกัมพูชา หรือ ระหว่างสยามกับล้านช้าง  อยุธยาได้ส่งช่างมาก่อสร้างบ้านเรือน วัดวาอาราม มากมายทำให้พบว่าวัฒนธรรมภาคกลางได้ถูกถ่ายทอดไปสู่คนพื้นเมือง  ทั้งลักษณะของการแต่งกาย และภาษาพูด ที่เป็นภาษาไทยภาคกลางที่มีสำเนียงเพี้ยนเหน่อกลายเป็นภาษาถิ่นที่เรียกตนว่า ไทยเบิ้ง ไทยเดิ้ง หรือไทยโคราช




ส่วนที่ห้าของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยรัตนโกสินทร์ เป็นการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคสมัยรัตนโกสินทร์  ศิลปวัตถที่จัดแสดงในห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นมรดกจากตึกดินของคุณยายยี่สุ่น ไกรฤกษ์ ซึ่งทายาท คือ คุณเสริมศรี  โชรัมย์ ได้มอบให้ศูนย์วัฒนธรรม เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538






เมื่อครบทั้ง 4 ยุค ก็มาถึงส่วนที่ห้าของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ การจัดแสดงความเป็นมหานครแห่งอีสานเป็นการเริ่มต้นความเจริญต่างๆทั้ง การคมนาคม การสื่อสาร และการทำนุบ้านทำนุเมือง ส่วนใหญ่เป็นบอร์ดความรู้ให้อ่าน จึงไม่ได้ถ่ายรูปมา ซึ่งรวมบริเวณส่วนที่หกที่เป็นส่วนการจัดแสดงหมุนเวียนด้วย ปัจจุบัน ส่วนการจัดแสดงหมุนเวียน เป็นการจัดแสดง ของดีเมืองโคราช อาทิเช่น แมวโคราช ซึ่งเป็นแมวแห่งโชคลาภ 
แมวโคราช หรือ แมวสีสวาด ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ อำเภอพิมาย โบราณเรียกว่า “แมวมาเลศ” หรือ “แมวดอกเลา” เพราะมีสีคล้ายดอกเลา  เป็นแมวที่นิยมใช้ในพิธีแห่นางแมวขอฝนยามฤดูแล้ง
ตำราดูลักษณะแมวดีในสมุดข่อยโบราณหอสมุดแห่งชาติ กล่าวไว้ดังนี้
วิลามาเลศพื้น          พรรณกาย 
ขนดังดอกเลาราย           เรียบร้อย 
โคนขนเมฆมอปลาย        ปลอมเสวตร 

ตาดั่งน้ำค้างย้อย            หยาดต้องสัตบง



ในพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องมาถ่ายรูปกลับบ้านแบบขาดไม่ได้ นั่นก็คือ "แอบพิสดาร" ที่อยู่ในโปสเตอร์ประจำ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา นั่นเอง










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นิยายกุนหยี 2561

หลังจากที่ไม่ได้เขียนนิยายมา 5-6 ปี วันนี้กลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง จึงขอบันทึกสำหรับความตั้งใจที่จะเขียนแรกเริ่มว่ามีกี่เรื่องนะคะ ...