วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก

เจดีย์หลวง วัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก


วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก ชื่อวัดราชบูรณะ ซ้ำกันหลายจังหวัด เหตุจาก เพราะวัดนี้ ราช ที่หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน ราชา ท่านสั่งให้บูรณะ  ตำนานของ วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก นั้น เป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่ เกินหนึ่งพันปี ต่อมาในสมัย พระยาลิไทได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดราชบูรณะ” ตามเหตุนั้นเอง วัดได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานตั้งแต่ ปี2479
บ่อน้ำโบราณ วัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก

วัดราชบูรณะ นั้นมีโบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญมากมาย ให้เราได้เข้ากราบไหว้ และเที่ยวชม เริ่มจาก พระวิหารหลวง  ภายในพระวิหารหลวงประดิษฐาน "องค์หลวงพ่อทองดำ" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย ว่ากันว่าคนที่มากราบไว้บูชาขอพรขอโชคลาภล้วนสำเร็จผลอย่างใจ

หลวงพ่อทองดำ วัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก

ภายในวิหารยังมี โบราณวัตถุจัดแสดงหลายชิ้น รวมทั้ง จัดแสดงพระที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่พบมากในวัดราชบูรณะนี้
ภายในพระวิหารหลวงวัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก


กรุพระ วัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก




ใกล้ๆกับพระวิหารหลวง มีพระอุโบสถสมัยสุโขทัย  ภายในประดิษฐาน พระประธานในอุโบสถ หลวงพ่อทองสุข หรือหลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย เช่นเดียวกับ องค์หลวงพ่อทองดำ และภายในพระอุโบสถ ยังมีภาพเขียนจิตรกรรมผนังโบสถ์ เรื่องรามเกียรติ์ ตามที่มีปรากฎใน จดหมายระยะทางเมืองพิษณุโลกของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงศ์ สมัยปี2443 ช่วงรัชสมัยของ รัชกาลที่5 ความว่า "…ออกจากหมู่บ้านก็เข้าหาวัดราษฎร์บูรณะ พอถึงหลังโบสถ์ก็ดูดจี๋ ต้องลงจากม้าทางหลังโบสถ์ บานประตูสลักลายดอก 4 กลีบ ฝีมือดีแต่เป็นลายตามธรรมเนียม ผนังในโบสถ์เขียนรามเกียรติ์…"
พระอุโบสถสมัยสุโขทัยวัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก
หลวงพ่อทองสุข ภายในพระอุโบสถวัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก
ภาพจิตรกรรมผนังภายในพระอุโบสถ วัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก

 
 ภายในพระอุโบสถ วัดราชบูรณะ จังหวัด พิษณุโลก
 

อีกโบราณสถานที่สำคัญของ วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก คือ หอไตรเสากลม เป็นหอไตรไม้ ชั้นล่างเป็นหอระฆัง ชั้นบนเป็นหอไตรเก็บรักษาพระคัมภีร์ ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาในสมัยสุโขทัย รูปลักษณ์แปลกตาสำหรับชาวพุทธรุ่นใหม่
 



 


วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกมักจะเที่ยวชม กราบขอพรพระ ให้ครบสามวัด คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ(วัดพระพุทธชินราช)  วัดราชบูรณะ และวัดนางพญา เมื่อต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวแทบทุกวัน ทางวัดราชบูรณะจึงอำนาวยความสะดวก โดยมี WIFI ให้ใช้ และสามารถสแกนโค้ดคำอธิบาย โบราณสถานให้ศึกษาได้ง่ายๆ นับว่าเป็นวัดที่มีการเตรียมพร้อมที่จะให้ความรู้ต่อนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดพิษณุโลกยังมีอีกหลายแห่ง หากไปเที่ยวมาแล้วจะมานำเสนอในครั้งต่อไปนะคะ

วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์




         อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โบราณสถานที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี 





ในส่วนเมืองโบราณศรีเทพ มีโบราณสถานเขาคลังใน โบราณสถานปรางค์สองพี่น้อง โบราณสถานปรางค์ศรีเทพ เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 12-13 สมัยที่ขอมเรืองอำนาจ สถาปัตยกรรมมีทั้งแบบทวาราวดีและแบบขอม รวมทั้งพบโบราณวัตถุในศาสนาฮินดูหลายชิ้น 


เมืองศรีเทพล่มสลายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 สันนิษฐานว่าคนทิ้งเมืองกันไปเพราะโรคระบาด หรือ ภัยสงคราม จนเป็นเมืองร้างมาหลายร้อยปี 

ในอุทยานประวัติศาสตร์
ศรีเทพ  มีธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์เด่นช่วงทวาราวดี ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้าเขาคลังใน ธรรมจักรนี้พบที่เขาคลังนอก(หลายคนเรียกกันเล่นๆว่าพีระมิดเมืองไทย) แต่นำมารวมไว้ที่เขาคลังใน 


ค่าเข้าชม
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ โบราณสถานสำหรับคนไทยเพียง 20 บาทเอง คุ้มค่ามากนะคะ วันธรรมดาคนน้อยมาก อยากให้คนไปเที่ยวชม ทางอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จะได้มีรายได้มาพัฒนาสถานที่ต่อไป ด้านหน้ามีศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จัดได้เรียบร้อย น่าเที่ยวชมมาก แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ดูแลรักษาและการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี 




ในส่วนอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มีรถนำเที่ยวให้นั่งจากศูนย์ข้อมูลไปที่โบราณสถานด้วยนะคะ บริการดีมาก นักท่องเที่ยวแค่ 2 คน เจ้าหน้าที่ก็พาไปแล้วไม่ต้องรอนานมาก เพราะรถนำเที่ยวมี 2 คัน สลับสับเปลี่ยนกันไปส่งและรับกลับ


ได้ถามพี่เจ้าหน้าที่ว่า เมืองเก่ามากขนาดหลายพันปี ถูกทิ้งร้างยังหาสาเหตุไม่ได้ พี่ทำงานมาเคยเจออะไรบ้างมั้ย

พี่แกบอกว่า เจอบ้าง ช่วงเย็นๆค่ำๆ บางทีกลับบ้านช้า จะได้ยินคนพูดกัน เสียงคนคุยกันเป็นหมู่ เหมือนเมืองมันมีชีวิต แต่ส่วนใหญ่ ไม่เกิน 6 โมงเย็นก็กลับกันหมดแล้ว

ไม่แน่นะคะที่นี่อาจจะมีชีวิตยามค่ำคืน...ก็ได้ เพราะ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ปิด 4โมงครึ่ง ซึ่งนับว่าปิดเร็วมาก เพราะเราไปเที่ยวปราสาทพนมรุ้ง หกโมงเย็นคนยังเดินขึ้นไปชมปราสาทพนมรุ้งอยู่เลย










อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่น่าไปมากๆ ทั้งสถานที่และบรรยากาศทำให้เรารู้สึกขนลุกอยู่บ่อยๆ ในประเทศไทยนั้นส่วนตัวคิดว่า อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ มีความงดงาม ร่มรื่น มีปราสาทสวยงาม และจัดเตรียมส่วนต่างๆได้พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างมาก

อยากให้ทุกคนได้ไป ไม่อยากให้พลาด....

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เที่ยวชม "พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา"


ในจังหวัดนครราชสีมา มีพิพิธภัณฑ์อยู่หลายแห่ง เพราะเป็นเหมือนศูนย์รวมของภาคอีสาน และเป็นจังหวัดหน้าด่านของภาคอีสานอีกด้วย วันนี้กุนหยีไปเที่ยว "พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ ณ อาคาร 10  ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เริ่มเปิดให้บริการ เมื่อ พ.ศ. 2557 เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก มีส่วนจัดแสดงราวๆ 5-6 ส่วน แบ่งตามยุคสมัย และเป็นห้องแอร์เย็นๆให้เราได้เดินชมกันได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องชมไปปาดเหงื่อไป

พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา เปิดบริการ 9.00 - 15.00 น. ทุกวันทำการ และหยุดตามวันหยุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ส่วนใหญ่ที่นี่จะมีเด็กๆวัยประถมมาทัศนศึกษาอยู่บ่อยครั้ง ผู้เข้าชมสามารถฟังการบรรยายจากวิทยากรไปพร้อมเด็กๆที่มาทัศนศึกษาได้เลย


ส่วนแรกของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ ต้นกำเนิดอารยธรรม ในส่วนนี้จัดแสดง จำลองการขุดค้นพบโครงกระดูก และสิ่งของต่างๆ 





ส่วนที่สองของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยทวารวดี จัดแสดง ธรรมจักรศิลาจำลอง แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาที่เข้ามาใน "เมืองเสมา" (ธรรมจักรขนาดใหญ่แบบนี้คงนิยมมากในพุทธศตวรรษที่ 12-16 กุนหยีเคยเห็นธรรมจักรขนาดใหญ่เท่าตัวคน อีกที่คือ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ในยุคสมัยใกล้เคียงกันกับเมืองเสมา)



แผนที่เมืองเสมา ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญ ในช่วงสมัยทวารวดี ก่อนที่จะย้ายมาตั้งเมืองที่จังหวัดนครราชสีมา



ส่วนที่สามของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยลพบุรี ยุคขอมเรืองอำนาจ ทำให้ยุคสมัยนี้ศิลปวัฒนธรรมของอาณาจักรกัมพูชาเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ศิลปกรรมที่พบแสดงให้เห็นว่านับถือศาสนาพุทธควบคู่ไปกับศาสนาพราหมณ์ ดังเช่น ปราสาทหินต่างๆ ที่สร้างเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน 





 แผนที่แสดงตำแหน่ง ปราสาทหินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

แผนที่เส้นทางโบราณ "ราชมรรคา" จากเมืองพิมายถึงเมืองพระนคร



ส่วนที่สี่ของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยอยุธยา เป็นการสร้างบ้านแปงเมือง (แปงใช้คำนี้ค่ะ) สมัยอยุธยา เมืองโคราชเป็นเมืองชั้นโท รัฐกันชน  ระหว่างสยามกับกัมพูชา หรือ ระหว่างสยามกับล้านช้าง  อยุธยาได้ส่งช่างมาก่อสร้างบ้านเรือน วัดวาอาราม มากมายทำให้พบว่าวัฒนธรรมภาคกลางได้ถูกถ่ายทอดไปสู่คนพื้นเมือง  ทั้งลักษณะของการแต่งกาย และภาษาพูด ที่เป็นภาษาไทยภาคกลางที่มีสำเนียงเพี้ยนเหน่อกลายเป็นภาษาถิ่นที่เรียกตนว่า ไทยเบิ้ง ไทยเดิ้ง หรือไทยโคราช




ส่วนที่ห้าของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ สมัยรัตนโกสินทร์ เป็นการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคสมัยรัตนโกสินทร์  ศิลปวัตถที่จัดแสดงในห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นมรดกจากตึกดินของคุณยายยี่สุ่น ไกรฤกษ์ ซึ่งทายาท คือ คุณเสริมศรี  โชรัมย์ ได้มอบให้ศูนย์วัฒนธรรม เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538






เมื่อครบทั้ง 4 ยุค ก็มาถึงส่วนที่ห้าของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา คือ การจัดแสดงความเป็นมหานครแห่งอีสานเป็นการเริ่มต้นความเจริญต่างๆทั้ง การคมนาคม การสื่อสาร และการทำนุบ้านทำนุเมือง ส่วนใหญ่เป็นบอร์ดความรู้ให้อ่าน จึงไม่ได้ถ่ายรูปมา ซึ่งรวมบริเวณส่วนที่หกที่เป็นส่วนการจัดแสดงหมุนเวียนด้วย ปัจจุบัน ส่วนการจัดแสดงหมุนเวียน เป็นการจัดแสดง ของดีเมืองโคราช อาทิเช่น แมวโคราช ซึ่งเป็นแมวแห่งโชคลาภ 
แมวโคราช หรือ แมวสีสวาด ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ อำเภอพิมาย โบราณเรียกว่า “แมวมาเลศ” หรือ “แมวดอกเลา” เพราะมีสีคล้ายดอกเลา  เป็นแมวที่นิยมใช้ในพิธีแห่นางแมวขอฝนยามฤดูแล้ง
ตำราดูลักษณะแมวดีในสมุดข่อยโบราณหอสมุดแห่งชาติ กล่าวไว้ดังนี้
วิลามาเลศพื้น          พรรณกาย 
ขนดังดอกเลาราย           เรียบร้อย 
โคนขนเมฆมอปลาย        ปลอมเสวตร 

ตาดั่งน้ำค้างย้อย            หยาดต้องสัตบง



ในพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องมาถ่ายรูปกลับบ้านแบบขาดไม่ได้ นั่นก็คือ "แอบพิสดาร" ที่อยู่ในโปสเตอร์ประจำ พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา นั่นเอง










นิยายกุนหยี 2561

หลังจากที่ไม่ได้เขียนนิยายมา 5-6 ปี วันนี้กลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง จึงขอบันทึกสำหรับความตั้งใจที่จะเขียนแรกเริ่มว่ามีกี่เรื่องนะคะ ...